[Singular]Bangkok Fun Fest 22102011

posted on 06 Dec 2011 11:44 by amoana  in Singular
อัพเอนทรี่ใหม่ เนื่องจากอันเดิมโดนสแปม T T
 
 
ความน่ารัก...ทำให้สติไม่เคยอยู่กับตัว
 
 

งานนี้เป็นงานที่ 2 ของหนอนน้อยแต่เป็นงานคอนเสิร์ตตอนกลางคืนครั้งแรก รีบเก็บข้าวเก็บของออกจากที่ทำงานเพื่อไปให้ทันซิงกูล่าร์ขึ้นเวที ไปถึงปรากฏว่าพิธีกรกำลังคุยอยู่กับวง Klear ผู้คนเยอะแยะมากมายแต่อิชั้นก็พอจะแทรก ๆ ตัวไปอยู่ตรงกลาง ตอนนั้นไม่ได้เดินหาคนอื่นเลย กลัวจะไม่ทันซึ่งศิลปินที่ขึ้นโชว์รายการต่อไปก็คือศิลปินจากโซนี่มิวสิคพอดี

วงแรกที่ขึ้นโชว์คือ Slot machine มันส์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กอไก่หกสิบสองตัว เป็นงวงที่เล่นสดได้สุดยอดจริง ๆSurprised

และเป้าหมายของเราก็ขึ้นมา คิคิ

ซิงกูล่าร์~~Surprised

แล้วป้าแมวก็ชอบลองของ...อาจารย์เค้าบอกให้ใช้โหมด P ฝึกถ่ายไปก่อน...อินี่ไม่ค่ะ....ใช้โหมด M Kiss

ก็ส่องกันไปไกล ๆ มืดบ้างสว่างบ้าง มือกีตาร์ตกไฟบ้าง โฟกัสไมค์แทนหน้าบ้างอะไรงี้

รู้สึกจะร้องกันสามเพลง...มั้ง?..เวลาถ่ายรูปสติไม่ค่อยจะมี จำอะไรไม่ค่อยได้ รู้แต่ซินจ๋าน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก...

เออ...นัทก็หล่อค่ะ หล่อไปนะ

 

ซิงกูล่าร์เล่นเสร็จก็เป็นโชว์ของโต๋ค่ะ อิชั้นจะเดินออกมาสมทบกับแมวที่เพิ่งเห็นว่ายืนส่องอยู่ไม่ไกลกันนัก ก็ยืนดูโต๋กันไป พอจบโชว์ของโซนี่ก็มีการเรียกรวมตัวกันบนเวทีอีกครั้ง

ณ จุดนี้ ฮากันมาก เมื่อดีเจที่ขึ้นมาสัมภาษณ์ คือ อาไก่และอาตุ้ยตุ่ย มีการจูบเสื้อที่จะประมูล หอมแก้มกันโดยเอาเสื้อกั้นอะไรงี้ ฮ่าๆ

จบจากเวทีแล้ว ซินกับนัทก็มาที่บูธของโซนี่มิวสิค (ได้ข่าวว่าตอนกลางวันเค้ามีขายเสื้อยืดกับร่มด้วย) เพื่อร่วมถ่ายรูปกับแฟนคลับโดยบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมตามจิตศรัทธา

ตอนแรกป้าแมวก็ว่าจะขอยืนดูเฉย ๆ แต่แมวมันก็บิ้วเหลือเกิน ว่าหายากนะที่จะได้ถ่ายรูปพร้อมกันกับทั้งสองคน...เอาวะ ยังไม่เคยถ่ายรูปกับซิงกูล่าร์เลยMoney mouth

ควักตังหย่อนลงกล่องโดยให้แมวเข้าไปก่อน ซึ่งเธอเกิดอาการลืมตัว ลืมมือกีตาร์อะไรไปบ้าง แถมยังจะเดินออกไปโดยไม่รอถ่ายรูปให้อิชั้นอีก (ฮา)

หลังจากตะโกนเรียกสติแมวให้มาแชะภาพที่ระทึก อิชั้นก็เข้าไปยืนตรงกลางระหว่างซินจ๋ากับนัท แล้วก็รู้สึกว่า เอ๊ะ มีผมนุ่มๆเอียงมาทางเรา เราก็ต้องเอียงหัวเข้าหาสิเนอะ น่ารักอ่ะ!!...นาทีนั้นสมองว่างเปล่า เข้าใจความรู้สึกของแมวขึ้นมาทันที ฮ่าๆๆ Surprised

ถ่ายรูปกันเสร็จก็ตามไปส่งซินจ๋าที่รถ จริงๆอยากไปสวัสดีป๊ากับม๊าของซินน่ะค่ะ ก็ได้เจอและทักทายกันไปตามระเบียบ โบกมือหยอย ๆ ส่งซินจ๋าที่รถเป็นอันจบไปอีกวันแห่งความทรงจำ

 

edit @ 6 Dec 2011 06:19:46 by moana

[Singular] The flood fighter charity concert 231011

posted on 02 Dec 2011 23:55 by amoana  in Singular
ฟินกันเบาเบา...
 
งานนี้เป็นงานบุญงานกุศลที่ทางโซนี่ได้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นการรวบรวมศิลปินของโซนี่มิวสิคไว้อย่างคับคั่งทีเดียว
นัดหมายไปรอกันตั้งแต่บ่ายสอง ไปถึงสถานที่จัดงานปรากฏว่าคนโล่งมาก พวกเราเลยพากันจับจองที่ติดรั้วหน้าเวทีกันไป ต่างคนต่างไปหามุมที่ชอบCool
 
ณ จุดนี้ อยากบอก(ลอย ๆ ไปตามลม) ว่าใครที่อยากได้ทำเลดี ๆ หรือมุมดีในการถ่ายรูป คุณต้องรีบมาจอง รีบมาหาที่ ไม่ใช่มาทีหลังแล้วมาเบียดเบียนคนอื่น...โดนเหวี่ยงกลับจะหาว่าไม่เตือนนะคะ (ยิ้มเย็น ๆ)
 
ประมาณสักสี่โมงครึ่งงานจึงเริ่ม วงแรกที่เล่นคือ sixty mile ค่ะ ตามด้วย better weather , จุ๋ยๆ, ....(ความทรงจำขาดหาย)...., Armchair (มันส์มากกกกกกกกกกกกก โดดกระจาย), Slot machine (สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด), Scrubb (ชอบบบบบบบบบบบบบ)
อยากจะถ่ายรูปไปเสียทุกวงค่ะ แต่ดันลืมชาร์จแบตกล้องมา Tongue out เลยต้องเก็บแบตไว้สำหรับวงที่เราตั้งตารอ
 
และ Singular ~~~~ (กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
แสงบอกเวทีมันมืด ๆ ชอบกลค่ะ เดี๋ยวแดงเดี๋ยวน้ำเงิน งงๆ (ป้าเนี่ยงง) แต่คิดว่ายังดีว่าตอน Armchair กับ Slot machine ขึ้น อย่างกะอยู่ใต้ไฟดิสโก้น่ะค่ะ Kiss
 
 
 
งามจริงอะไรจริงซินจ๋า>w<
 
 
หลังจากนั้นก็เป็นการประมูลของรักของหวงของศิลปินค่ะ สองหนุ่มของเรานำเสื้อมาประมูลทั้งคู่ ของซินเป็นเสื้อกล้ามใส่นอน...เสื้อคาวาอิ น่าร๊ากกกกกกกกก...ส่วนของนัทเป็นเสื้อที่คอนเซปที่ใส่โปรโมตช่วงแรก ๆ แต่ตอนหลังก็แปรสภาพเป็นเสื้อใส่นอนเช่นกัน
 
 
ซึ่งเสื้อของซินนั่นได้ราคาประมูลสูงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เนื่องจากมีหอมแก้มซินเป็นของแถมมาด้วย อ๊ายๆๆ อิจฉาเน้อSurprised
 
 
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็มาร่วมถ่ายรูปกับแฟนคลับ โดยการหยอดกล่องบริจาค ณ จุดนี้กล้องแบตหมดไปเรียบร้อยโรงเรียนซิงกูล่าร์แล้วค่ะ ได้แต่ยืนส่องเก็บโมเมนต์น่ารัก ๆ ของศิลปิน (สองร้อย...ใส่กล่องยังSurprised)
 
หลังจากนั้นก็ตามไปโบกมือส่งศิลปินขึ้นรถตู้กลับบ้านเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ
 
....เป็นวันที่ฟินสุด ๆ อีกวันหนึ่งเลยล่ะค่ะMoney mouth
 

edit @ 3 Dec 2011 09:11:18 by moana

[Fic SGL]So mean...

posted on 28 Nov 2011 23:44 by amoana  in Fiction

Title: So mean...

Author: AMOANA

Pairing: Nut x Sin (Singular)

Rate: PG

Genre: Yaoi

Author's note: ตามคำเรียกร้อง นี่คือฟิคเงาของ Please ค่ะ หึหึ...แต่งเอาขำ ๆ ไม่มีอะไร หึหึ หุหุ ฮ่าๆ
 
 

 

แสงสีทองส่องลอดผ่านผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทเข้ามาภายในห้องสีขาวทำให้ผมรู้สึกตัวตื่น หลังจากกระพริบตาถี่ ๆ อยู่สามสี่ครั้งด้วยอาการงุ่นงงกับการตื่นผิดเวลา ผมจึงขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ด้วยวงแขนที่พาดอยู่ช่วงเอวทำให้ผมไม่อาจจะทำอย่างนั้นได้ ดูเหมือนการเคลื่อนไหวของผมจะทำให้เจ้าของแขนเรียว ๆ นั้นกอดรัดมากขึ้นราวกับยังไม่ต้องการให้ผมลุกไปไหน

 

ผมก้มลงมองใบหน้าที่ยังคงซุกอยู่กับผ้าห่มสีขาว ผมสีน้ำตาลเข้มยาวหยักสลวยเป็นลอนกระจายตัดกับสีขาวของหมอน บางเส้นคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม ผมเขี่ยเส้นผมเหล่านั้นออกอย่างเบามือเผยให้เห็นใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม หากปลายนิ้วของผมคงไปสัมผัสโดนแก้มนั้น  ทำให้คนที่นอนอยู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

 

“หือ...นัทตื่นแล้วเหรอ”

 

คนตัวเล็กถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียพลางยกแขนออกให้ผมลุกขึ้นนั่งได้ ขณะที่เจ้าตัวเองก็ใช้มือยันตัวเองขึ้นมา

 

“อืม...เมื่อคืน หลับได้หรือเปล่า”

 

ผมถามคนที่ยังนั่งสลึมสลืออยู่บนเตียง

 

คนถูกถามไม่ตอบอะไร นอกจากส่ายหัวและผมยุ่ง ๆ ไปมา นิ้วหัวแม่มือถูกยกขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าขึ้นไป เผยให้เห็นดวงหน้าใส ก่อนที่มือเรียวคู่นั้นจะยกขึ้นคล้องคอผม

 

“อรุณสวัสดิ์...นัท”

 

สัมผัสนุ่ม ๆ แตะที่ริมฝีปากของผมแผ่วเบา...ผมเห็นเพียงรอยยิ้มหวานที่แต้มมุมปาก ขณะที่โน้มตัวลง...

 

“อรุณสวัสดิ์...ซิน”

 

...บาปสีขาวของผม

 

 

ผมจำไม่ได้ว่าผมเริ่มรู้สึกกับ “ซิน” มากกว่าเพื่อนร่วมวงธรรมดาตั้งแต่ตอนไหน ราวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรามันค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ

 

อาจเป็นเพราะเขาไม่เหมือนกับใครที่ผมเคยพบหรือรู้จัก และมักทำให้ผมแปลกใจได้เสมอ ผมเลยเผลอที่จะมองเขา

 

...เผลอมองเวลาที่ใบหน้าหวาน ๆ นั้นกำลังยิ้มละไมที่มุมปาก หรือหัวเราะร่าเวลาเจอเรื่องที่ถูกใจ

 

...เผลอมองเสี้ยวหน้าที่กำลังเหม่อลอยอยู่กับความคิดของตน

 

...เผลอมองริมฝีปากบางที่เม้นเข้ากันอย่างไม่ตั้งใจยามเจ้าของกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

 

และด้วยความที่ผมเห็นว่าเขาเป็นคนที่มีรูปลักษณ์สะดุดตาชวนให้ใคร ๆ หันมามองอยู่แล้ว ทำให้ผมคิดว่าซินคงไม่ทันสังเกตว่ามีใครคนหนึ่งแอบมองเขาอยู่บ่อย ๆ

 

แต่วันหนึ่งผมก็ได้รู้ว่าผมคิดผิด...

 

 

“ไม่เบื่อบ้างเหรอ”

 

“ห่ะ...”

 

อยู่ๆ คนที่นั่งจิ้มโทรศัพท์ในมือขณะกำลังนั่งอยู่บนรถของผมก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาผมที่กำลังนั่งมองเพลินๆ ระหว่างรอสัญญาณไฟจราจรตกใจ

 

เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นหันมามองผม รอยยิ้มรู้ทันปรากฏอยู่ที่ริมฝีปากบาง ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมมาถอดแว่นสีชาที่ผมใช้อำพรางสายตาออก

 

“ก็ที่มองกันทุกวันแบบนี้ไง”

 

แว่นกันแดดถูกพับส่งคืนให้ผมที่ยังนั่งงงอยู่

 

“เออ...รู้ด้วยเหรอ”

 

ผมถามคนตัวบางที่กลับไปสนใจอุปกรณ์สื่อสารในมือเสียงเบา

 

“ถ้าอยากมองก็มองตรง ๆ เลยก็ได้ เราไม่ว่าอะไรหรอก”

 

พอได้ยินคำอนุญาตจากปากเจ้าตัวเองก็ทำเอาผมเก้อไปเหมือนกัน ได้แต่พูดอึก ๆ อัก ๆ

 

“ก็...ก็นึกว่าไม่ชอบ”

 

ใบหน้าสวยหันมา ดวงตาใสคู่นั้นช้อนขึ้นมองผมก่อนที่รอยยิ้มเล็ก ๆ จะแต้มที่มุมปากบาง

 

“ก็ไม่เคยบอกนี่ว่าไม่ชอบ”

 

และในวินาทีนั้นเองผมก็ได้รู้ว่า...ต่อให้เขาห้าม ผมก็คงไม่อาจจะละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้อีกแล้ว

 

 

เช่นเดียวกับตอนนี้...ที่ดวงหน้าภายใต้กรอบของลอนผมสลวยสะกดสายตาผม ขณะก้มลงจูบซับริมฝีปากบางนั้นเบาๆ หากยังไม่ทันที่จะซึมซาบถึงความหวานภายใน คนในอ้อมแขนกลับเบี่ยงหน้าหนี ก่อนที่สองมือเรียวจะผลักอกผมให้ผละออก

 

“พอเหอะ...เดี๋ยวเราตกเครื่อง”

 

ร่างเล็กขยับเตรียมจะลุกขึ้นจากที่นอน แต่ติดที่แขนผมซึ่งยังคร่อมไม่ยอมให้เขาลุกไปไหน 

 

“ก็บอกให้กลับพร้อมกัน”

 

“ไม่เอาล่ะ...อยากกลับไปนอน”

 

ซินทำหน้ายู่ ริมฝีปากบางแบะออก

 

“ก็นอนด้วยกันอยู่นี่ไง”

 

“...ได้นอนซะที่ไหนล่ะ...ลุก ๆ จะไปอาบน้ำ”

 

เสียงใสบ่นอุบอิบ ก่อนจะออกแรงดันตัวผมให้ลุกขึ้น ซึ่งคราวนี้ผมยอมผละออกจากเขาอย่างง่ายดาย หลีกทางให้ร่างเล็กลุกขึ้นหยิบข้าวของแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

 

ผมล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เพราะกว่าจะถึงเวลาที่ผมต้องขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพก็บ่ายแก่ ๆ ผมพลิกตัวแนบใบหน้าลงบนหมอนใบนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนของคนที่เพิ่งลุกไปยังกรุ่นอยู่

 

เสียงน้ำที่ดังแว่วจากห้องน้ำเงียบลงแล้ว ผมนอนหลับตาฟังเสียงกรุกกรักภายในห้อง ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสเย็น ๆ ที่แก้ม

 

“ไปละนะ”

 

สัมผัสเย็นจากปลายนิ้วผละออก ตามด้วยเสียงปิดประตูที่ดังก้อง ผมลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อพบกับความว่างเปล่าเงียบงัน มือที่วางบนหมอนกอดกระชับมากขึ้น สูดกลิ่นหอมจาง ๆ ที่คน ๆ นั้นทิ้งไว้...เช่นทุกครั้ง

 

 

“ซิน...เดี๋ยวกลับบ้านเลยไหม”

 

ผมเอ่ยถามคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องซ้อมดนตรีพร้อมกัน

 

“ยัง...เราว่าจะแวะไปหาเพื่อนก่อนน่ะ”

 

“งั้นเดี๋ยวไปส่ง”

 

ผมอาสาเพราะไหน ๆ วันนี้ก็เสร็จงานแล้วและไม่ได้มีแผนจะไปที่ไหนต่อ ซินยิ้มให้ก่อนจะเดินตามผมไปที่รถ ผมขับไปยังร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งตามที่ซินบอก คุ้น ๆ ว่าซินเคยบอกว่าเป็นร้านของเพื่อนคนหนึ่ง

 

“ส่งเราแค่นี้แหละ”

 

ซินหันมาบอกเมื่อผมเลี้ยวรถเข้าไป

 

“ไหน ๆ ก็มาแล้วขอเข้าไปด้วยสิ ยังไม่เคยมาร้านนี้เลย”

 

ซินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มให้เหมือนเคย

 

“ตามใจ”

 

เราเดินเข้าไปในร้านพร้อมกัน ผมเดินตามซินไปพลางหันไปมองรอบ ๆ ร้าน คนในร้านไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ อาจเพราะเป็นคืนวันทำงาน ซินพาผมไปยังโต๊ะด้านในสุดของร้าน กลุ่มเพื่อนของซินที่นั่งกันอยู่ก่อนส่วนใหญ่ผมพอจะคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง แต่ก็มีบางคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเหมือนกัน

 

ผมปล่อยให้ซินเดินไปหาเพื่อน ๆ ของเขา ส่วนผมก็ทักทายเพื่อนซินที่พอจะรู้จัก ด้วยความที่เข้ากับคนได้ง่ายบวกกับแอลกอฮอล์ที่ดื่มกันเข้าไปก็ทำให้มีเรื่องพูดคุยกันได้เรื่อย ๆ

 

ผมนั่งคุยนั่งฟังเพลงไปได้สักพักก็ไม่ยังเห็นซินกลับมาที่โต๊ะ ผมหันไปมองรอบ ๆ ร้านก่อนจะเห็นคนผมยาวที่คุ้นตากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์กับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก

 

ด้วยเสียงเพลงที่วงดนตรีของร้านกำลังเล่นอยู่มันดังเกินไปหรือยังไง ผู้ชายคนนั้นถึงได้ก้มหน้าจนเกือบชิดกับลอนผมสีเข้มนั่น กระซิกอะไรบางอย่างที่ทำให้ซินหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้

 

เพียงแค่เห็นว่าซินกำลังยิ้มให้คนอื่นด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เคยมอบให้กับผม ผมก็แทบจะทนไม่ไหว วินาทีที่มือของผู้ชายคนนั้นแตะลงบนเอวบาง ผมก็ปราดเข้าไปประชิดตัว ยกแขนขึ้นโอบไหล่นั้นอย่างถือสิทธิ์ ไม่สนใจกับสายตาประหลาดใจของคนในอ้อมแขนและคู่สนทนา

 

“ดึกแล้ว กลับเถอะ เดี๋ยวป๊าม๊าเป็นห่วงนะ”

 

ผมอ้างชื่อป๊าม๊า ก่อนจะดึงตัวซินออกมาจากตรงนั้น มือที่โอบไหล่เมื่อครู่เลื่อนไปจับข้อมือเล็ก ไม่สนใจสายตาของใครต่อใครที่หันมามอง ไม่สนใจเจ้าของมือที่พยายามจะดึงมือออก

 

เมื่อเดินมาถึงรถ ผมรีบเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ ดันคนตัวเล็กให้เข้าไปแล้วอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับบ้างก่อนจะขับออกมาจากร้าน ภายในรถได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังแผ่ว

 

“อยู่ๆ ทำไมเอาป๊าม๊ามาอ้าง”

 

เป็นซินที่เอ่ยขึ้นมาก่อน

 

“ทำไม ยังไม่อยากกลับเหรอ”

 

ผมถามกลับเสียงห้วนๆ

 

“ก็นาน ๆ ทีจะได้มาแบบนี้”

 

มันตอบด้วยท่าทางเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร ทำให้ผมยิ่งรู้สึกหงุดหงิด  

 

“อย่าทำแบบนี้ได้ป่ะ”

 

“แบบไหน”

 

ผมหันไปมองหน้ามันเต็ม ๆ ตา ดวงตาคู่นั้นจ้องผมกลับอย่างไม่กลัวเกรง รอยยิ้มบาง ๆ ยังแต้มอยู่มุมปาก ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้ หากเป็นผมเองที่พ่นลมหายใจอย่างหัวเสียก่อนจะเบือนหน้าหนี

 

“หึงเหรอ”

 

ผมไม่ได้หันกลับมามองว่าคำถามนี่พูดถามขึ้นด้วยสีหน้าอย่างไร

 

“ไม่ได้หึง”

 

ผมไม่รู้จะเรียกความรู้สึกของผมตอนนี้ว่าอะไรดี

 

หึง...งั้นเหรอ

 

ความสัมพันธ์ระหว่างซินและผมจะใช้คำนี้ได้เหรอ สำหรับเขา ผมถูกวางไว้ตรงตำแหน่งไหน ผมยังไม่รู้เลย...

 

 “ซิน...มึงกำลังทำให้กูเป็นบ้า”

 

“เรายังไม่ได้ทำอะไร...”

 

“มึงทำ มึงรู้ดี”

 

ผมสวนขึ้นมาทันทีด้วยอารมณ์ที่เริ่มปะทุ คำพูดรัวเร็วหลุดจากปาก ซินจ้องมองผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ไอ้บ้าคนหนึ่ง

 

“มึงกำลังเล่นเกมอะไรอยู่”

 

ภายใต้สีหน้านิ่ง ๆ ในใจมันคิดอะไรอยู่...

 

...กำลังยิ้มเยาะ

 

...หรือไม่เคยรู้สึกอะไรเลย

 

“มึงอาจจะสนุก”

 

“...แต่กูไม่”

 

ผมจอดรถเข้าชิดฟุตบาทข้างทาง ก่อนจะลดกระจกลง ล้วงเอาซองบุหรี่กับไฟแช็กที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาจุด ประกายไฟสีแดงเล็ก ๆ ลามติดมวนกระดาษที่คาบอยู่อย่างรวดเร็ว ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งก่อนจะกลืนหายไปกับความมืดข้างทาง กลิ่นฉุนจมูกอบอวล

 

"เหม็น"



ผมเปรยตามองเจ้าของเสียงที่ทำหน้าไม่ชอบใจนัก ปลายนิ้วยกขึ้นแตะจมูกรั้นราวกับรังเกียจกลิ่นฉุนนั้น

 

ผมสูบเข้าไปเต็มปอดก่อนเขวี้ยงบุหรี่ทิ้งลงพื้นถนน แล้วใช้มือนั้นกระชากหัวไหล่ซินเข้ามาก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเต็มใจหรือไม่ ยิ่งสองมือนั้นพยายามจะผลักผมออกไปมากเท่าไหร่ สัมผัสที่แนบชิดริมฝีปากยิ่งแรงขึ้นเท่านั้น ดึงดันดื้อดึงจนแรงที่ผลักไสนั่นอ่อนลง ผมจึงหยุดจูบนั้นแล้วค่อยขยับตัวถอยออกมา มองดูหน้าใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัดเพราะสำลักควันบุหรี่ ริมฝีปากแดงช้ำกำลังเผยอหอบหายใจ ดวงตากลมที่รื้นด้วยน้ำตาตวัดมองผมขุ่นเคือง

"แค่ก ๆ...มึงทำบ้าอะไร"

"กูก็แค่ทำเรื่องที่มึงไม่ชอบดูบ้าง...กูอยากให้มึงรู้บ้างว่ากูรู้สึกยังไงเวลาที่มึงทำเรื่องที่กูไม่ชอบ"

 

ผมตะคอกกลับเสียงดัง ซินดูจะตกใจแต่ก็เพียงนิดเดียวก่อนที่ใบหน้าสวยนั้นจะกลับมาเรียบเฉย สายตาขุ่นเคือง คงไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดใจ

 

ผมจ้องมองเข้าไปในแววตาคู่นั้น หวังว่าจะมองเห็นอะไรบ้างอย่าง มากกว่าความเย็นชา

 

“ทำไมมึงถึงทำกับกูแบบนี้”

 

"เราก็เป็นของเราแบบนี้อยู่แล้วนะนัท"

 

“สำหรับมึง...กูเป็นอะไร”

 

สายตาที่จ้องมองผมมาตลอดกลับเบือนหนีไปทางอื่น ไม่มีคำพูดใด ๆ

ใช่...เราทั้งสองไม่อาจมีใครพูดได้เต็มปากว่าระหว่างเราคืออะไร

 

เพื่อน...

 

คนรัก...

 

หรือแค่...

 

ความสัมพันธ์หลบ ๆ ซ่อน ๆ ...

 

“เราจะกลับบ้าน”

 

ซินเปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง ผมได้แต่มองดูร่างคุ้นตานั้นเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับพวงมาลัย

 

...มันจบแล้วใช่ไหม

 

 

“ขึ้นรถ...จะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ”

ผมเลื่อนกระจกรถฝั่งข้างคนขับลง ซินเปิดประตูขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก...ยิ้มแบบที่เขาเคยยิ้มให้ผมเสมอมา...

 

Fin.

edit @ 29 Nov 2011 12:58:38 by moana